by m3rLinEz
21. April 2009 03:10

(ถ่ายกับน้องฟง ที่ Gornergrat)
สงกรานต์ที่ผ่านมาหนีความร้อนของบรรยากาศการเมืองไทยไปเที่ยว Switzerland มาครับ บุพการีพาไปไม่มีพลาดอยู่แล้ว :P แต่ก็ไม่รู้จริงๆนะว่าช่วงที่ไม่อยู่การเมืองมันจะร้อนแรงขนาดนั้น
4 ปีหลังนี่ที่บ้านไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ตลอดเลยครับ เป็นเรื่องที่ดีมาก อาจจะเป็นเพราะป๊าม๊าเห็นความสำคัญของการเปิดโลก หรือน้องสาวอายุมากพอจะเห็นคุณค่าของการไปเที่ยวแล้วก็เป็นได้ ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ได้ไป และก็ไม่ได้ไปกับทัวร์ แต่คุณปาป๊าหาข้อมูลเอง อ่านเอง ลุยกันเอง สนุกดี แต่เมื่อยชิบ (จากการแบกของและเป้) จากการวิเคราะห์ด้วยตนเองแล้วพบว่าถูกกว่าทัวร์ประมาณ 25000 ต่อคน แต่ก็มี tradeoff ดังที่กล่าวมา
ขี้เกียดเขียนเล่าทัวร์ยาวๆ เขียนเป็น Key Points ดีกว่า
- ของที่สวิตแพงมากมาย โค้กถูกสุดที่ 1.1 CHF หรือประมาณ 35 บาท ราคาปกติอยู่ที่ 3 CHF (95 บาท) และแพงสุด (ขายตามสถานที่ท่องเที่ยว และสนามบิน) 4.7 CHF (150 บาท)
- อากาศหนาวสุดคือที่ –8 C บน Jungfraujoch (เป็นเขาสูงประมาณ 3400 m) ส่วนร้อนสุดก็ใส่เสื้อยืดซักสองชั้นเดินได้สบาย ไม่ได้ดูว่าเท่าไหร่
- ซื้อโค้ทถูกๆหนาๆไปใส่ ตอนอยู่บนเขาก็ปกติดี แต่พออยู่ในเมืองแล้วเราใส่เสื้อหนาๆแบบเว่อร์เกินไป ก็อายคนแถวนั้น
- เจอคนไทยแทบจะทุกที่เลยครับ
- พักโฮสเตล มันจะออกแนวหอพักมากกว่าโรงแรม ต้องบริการตัวเองเยอะหน่อย ราคาถูกกว่าครึ่งนึง ตกคืนละเฉลี่ยประมาณ 160 CHF หรือประมาณ 5000 บาทไทย แต่ที่พักก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้ ดีกว่าที่เคยเจอที่ฮ่องกงหลายเท่าตัว
- มีร้านค้าชื่อ Coop และ Migros ขายของราคาถูก (ถูกของที่นั่นน่ะนะ –_-‘) มันจะแนวๆ Lotus, Makro อะไรแบบนั้นอ่ะครับ แต่sหน้าร้านจะคล้ายๆ 7-11 บางสาขาก็ใหญ่โต
- ซื้อ Swisspass ก็จะสามารถใช้บริการขนส่งมวลชน หรือเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้ฟรี (หรือลดราคา) แต่ Swisspass ที่แพงเอาเรื่องเลย คร่าวๆประมาณ 350 CHF ไม่คิดเป็นบาทให้แล้วกัน บรื๋ออ~
- ขนส่งมวลชนที่นั่นเทพมากครับ! ตารางว่ายังไงมาตามนั้นเลย ตรงในหน่วยนาที! ทั้งรถบัส รถไฟ เรือ ก็ต้องเข้าใจว่าประเทศเค้าขายนาฬิกา ยังสงสัยอยู่เลยว่าถ้าคนสวิตมาเมืองไทยของเรา จะใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไง (วะ)
- แทบไม่มีน้ำเปล่าขาย เค้าให้กินจากก็อก แต่ก็ไม่ค่อยกล้าอ่ะนะ เปลี่ยนไปกินโค้กและน้ำส้มแสนแพงแทน
- แอบรู้สึกว่าคนที่นั่นเหยียดคนเอเชียยังไงไม่ทราบ –_-‘ แต่ก็อาจจะคิดไปเอง
- วันหลังๆ ปาป๊าทนอาหารที่ั่นั่นไม่ได้ ต้องต้มมาม่าที่เตรียมมากันเป็นมื้อเย็น (ไม่เคยรู้สึกว่ามาม่าอร่อยขนาดนี้ T_T) + ซื้ออาหารจีน/ไทยมากิน ลองคิดดูถึงข้าวผัดกล่องโฟมโง่ๆ ราคาตั้ง 600 บาทแน่ะ
- ช็อคโกเลตที่นั่นมีขายเต็มไปหมดเลยครับ ถูกสุดก็ที่ Coop หลังช่วงเทศกาล Easter มีลดราคา 50% ด้วย มีกระต่ายเต็มไปหมดเลย
- ช็อคโกเลตที่ Duty Free ของ Switzerland แพงกว่าที่ Coop + Migros นักครับ อย่าหวังไปตายดาบหน้าแบบผม
- Luzern เป็นเมือง shopping ที่ทัวร์ไปลงเยอะมาก หลายร้านเช่นร้านขายนาฬิกา ติดธงชาติไทยไว้หน้าร้านเลยครับ เขียนอวยพรวันสงกรานต์เรียบร้อย (เข้าใจว่าคงติดธงแค่ช่วงนี้)
- ร้านส่วนใหญ่ปิดกันเร็วมาก 6 โมงเย็นก็ปิดกันหมดแล้ว ถ้ายังไม่ได้ Stock อาหารไว้ก่อน 6 โมงนี่แทบอดตาย
- มีวันนึงต้องไปซื้ออาหารอินเดียกิน เพราะร้านอื่นปิดหมด ได้อาหารแนวๆ แกงกระหรี่เนื้อไก่มาในราคา 34 CHF! หรือ 900 บาท ยังเสียใจอยู่จนวันนี้ T-T
- หิมะ ขาว มาก
- ได้ลอง Juggling snow ball ด้วยครับ อาจารย์ธงชัยคงภูมิใจ :P
- Roaming ของ DTAC นาทีละ 60 บาท (รับสาย) โทรออกราคาประมาณ 120 บาท / นาที
- ใช้บัตรชื่อ Telecard โทรกับตู้ Swisscom ได้ราคาประมาณ 7-8 บาท / นาที
- ไปกับ Emirates ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ขาไปรู้สึกว่าอาหารดีใช้ได้ แต่ขากลับไม่ปลื้มแฮะ แต่ป๊าม๊าบอกว่าอาหารห่วย นั่งไปดูไบ 6 ชม. ไป Switzerland 6 ชม.
- คนใน Switzerland หลากหลายภาษาและเชื้อชาติ ใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน สวิต ปนๆกันไป และ Skill ภาษาอังกฤษคนพวกนี้ บางทีผมก็รู้สึกว่าไม่ได้ดีกว่าคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษได้กลางๆเลย
- ชอบตอนขึ้นเขา Gornergrat ที่สุดครับ สุดคุ้มๆ : )
- ป๊าซื้อนาฬิกาเข็มเรือนแรกให้ T-T จริงๆก็ชอบ G-Shock มากกว่านะครับ นาฬิกาเข็มมันดูดีแต่ตอบโจทย์การใช้งาน (ของฉัน) ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ทั้งเรื่องการดูในที่มืด การจับเวลา การปรับ Time Zone (จริงๆเรื่องนี้อยากแตกประเด็นไปเขียนอีกเรื่องเลย) การที่ทุกวันนี้เรามีมือถือติดตัว ทำให้ความต้องการนาฬิกาข้อมือที่ฟังก์ชันเยอะๆนั้นแทบหายไปเลยครับ นาฬิกาข้อมือมันคงกลายเป็นเรื่อง fashion มากขึ้น (มั้ง)
ขอบคุณป๊าอีกครั้งที่สละเวลาจัดทริปนี้ให้ครับ และขอบคุณป๊ากับม๊าที่สนับสนุน Budget ในการเดินทางนี้ให้ แฮ่ : P