by m3rLinEz
29. November 2008 14:54
ไปสอบใบขับขี่มาเมื่อวันที่ 19, 24, แล้วก็ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาครับ เรื่องของผมอาจจะไม่ใช่ Success Story เท่าไหร่ เพราะเห็นคนอื่นเล่ากันทีไรก็สอบผ่านในรอบเดียวทุกที T-T ก็ลองฟังไว้ดูแล้วกันนะครับ
ผมเริ่มจากเรียนขับรถคอร์ส 14 ชม.ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง (เข้าใจว่ามีอยู่ที่เดียว) เคยพยายามให้พ่อสอนบ้าง แต่รู้สึกว่าไม่เวิร์คเท่าไหร่ ส่วนนึงอาจจะเพราะบ้านก็ไม่ได้มีบริเวณมากขนาดนั้น ตอนเรียนขับรถก็เลยเรียนคอร์สเกียร์ออโต้ครับ ไปขับจริงๆก็เหมือนเล่นเกมน่ะแหละ เดินหน้า ถอยหลัง ต่างกันที่ชนแล้วตายจริงๆ รถบุบจริงๆ แค่นั้นเอง
การสอบปฎิบัติมันแบ่งออกเป็น 3 ท่า คือ
1. เดินหน้า ถอยหลัง ตรง
2. เทียบฟุตบาท ห่างไม่เกิน 25 cm
3. เข้าซอง (มีช่องให้ แล้วเอารถเข้าไปจอด ด้านข้างรถขนานกับฟุตบาท)
เรื่องเดินหน้าถอยหลัง และเข้าซองนั้น วางใจได้เลยครับว่าน่าจะทำได้ และโรงเรียนสอนขับรถส่วนใหญ่เค้าก็ฟิตเรื่องพวกนี้กันมากๆอยู่แล้ว แต่ไอ่เจ้าเทียบฟุตบาทนี่สิ มันไม่ค่อยมีวิธ๊ที่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นตอนเรียนก็พยายามหาโอกาสฝึกให้ได้นะครับ
ไปสอบที่สนามสอบบางจาก
วันสอบจริงไปสอบที่สนามสอบบางจาก (ชื่อจริงๆมันเป็น กรมการขนส่งทางบก อะไรซักอย่าง) มันอยู่เลยสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชออกไปอีก นั่งแท็กซี่ 40 บาทก็ถึงแล้ว แต่วันแรกได้ไปกับโรงเรียนพร้อมกับผู้ร่วมชะตากรรม 4 คน
การสอบแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่างๆ คือ
- ทดสอบสมรรถภาพ
- ชี้ที่สีในรูป แล้วบอกว่าเป็นสีอะไร (มีแค่ แดง เขียว เหลือง)
- เหยียบเบรกให้ทันในเวลาที่กำหนด ตอนแรกมีไฟสีเขียว พอเปลี่ยนเป็นสีแดงปุ๊บก็ให้รีบเหยียบเบรกทันที
- เลื่อนเสา ให้ได้ระยะห่างจากตัวเราเท่ากัน อันนี้ยากนิดนึงครับ คนสายตาเอียงอาจจะมีปัญหานิดหน่อย
- ทดสอบการมองด้วยหางตา ให้มองสีที่อยู่ด้านข้าง ทางซ้าย และทางขวา ผมมีปัญหากับส่วนนี้มาก ก็ขอแนะนำให้คนที่ใส่แว่นถอดแว่นออกก่อน แล้วตอนพนักงานเค้ากดเปลี่ยนสี มันจะมีช่วงเวลานึงที่ป้ายจะเป็นสีดำ ก็ไม่ต้องตกใจว่ามองไม่เห็นนะครับ รอก่อน
- สอบทฤษฎี 30 ข้อ ทำได้ 23 ข้อถือว่าผ่าน อันนี้จะมีวีดิโอให้ดูก่อนสอบประมาณ 1 ชั่วโมงอ่ะครับ ก็ตั้งใจฟังแล้วกัน ลองหาเรื่องป้ายจราจรมาอ่านก็จะช่วยได้ แต่ก็จะมีบางข้อที่มันตอบยากจริงๆ เช่น ข้อที่ถามตัวเลข (ระดับแอลกอฮอล์ โทษจำคุกกี่ปี และอื่นๆ) ก็พยายามเดาเอาเอง แต่ผิดได้ไม่เกิน 7 ข้อ ซึ่งก็น่าจะพอไหว
- สอบปฎิบัติในสนามตามที่บอกไปแล้ว
ก่อนสอบปฎิบัติจริงๆทางสถานีก็มีวีดิโอให้ดูครับ บอกขั้นตอนการสอบไว้ละเอียดมากเลย ตอนสอบก็ปรากฎว่าเค้าก็สอบโหดเหมือนกัน อันนี้คือตัวอย่างความผิดพลาดที่อาจจะทำให้ตกได้เลยทันที
- ชนขอบทาง
- ชนกรวย
- ไม่รัดเข็มขัด
- รับโทรศัพท์มือถือ
- ไม่เปิดไฟเลี้ยว
- ขับๆ หยุดๆ
- ไม่ปฎิบัติตามป้าย "หยุด"
- ข้ามสะพานไม่ได้ (ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเกียร์ออโต้)
- เลี้ยวผิดทาง
- เลี้ยวเข้าจุดที่ใช้สอบทั้งๆที่คนก่อนหน้ายังสอบไม่เสร็จ
การ "อนุโลม" ในสนามสอบนั้นค่อนข้างจะแทบไม่มีเลยครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะในศาลาที่กรรมการสอบนั่งอยู่ ก็มีคนรอสอบนั่งอยู่เหมือนกัน ใครชน ใครตก ใครผิด ก็เห็นกันจะๆ แล้วถ้าตกท่าไหนปุ๊บ กรรมการก็จะใช้โทรโข่งประกาศทันที "คุณ XXX คุณตกท่านี้แล้วนะครับ เพราะชนขอบทาง และล้อด้านซ้ายไม่ทับเส้น ~!@#$%" แต่ถ้าผ่าน จะโบกมือให้ขับต่อไปเฉยๆ แต่จะไม่พูดอะไร
ในวันแรกไปกับโรงเรียนก็เลยใช้รถของครูสอบ แต่ตอนไปสอบเองก็ต้องเอารถไปเอง หรือไม่ก็เช่ารถกับสถานี เสียครั้งละ 100 บาทครับ
ถ้าสอบผ่านทั้งหมดแล้ว ก็ไปนั่งรถรับใบขับขี่ได้เลย เสียอีก 205 บาท สำหรับบัตร นั่งรอคิว ถ่ายรูป รอรับได้เลย ไม่น่าจะเกิน 1 ชม. (บัตรแข็ง)
ถ้าสอบไม่ผ่าน จะได้รับบัตรนัดให้มาสอบใหม่ โดยต้องเว้นระยะอย่างน้อย 3 วัน อันนี้รู้สึกว่าเสียเวลามากเลย เพราะอุตส่าห์เดินทางมาถึงสนามสอบแล้ว แต่สอบได้แค่วันละครั้งเดียวเอง
สำหรับผมเองก็เสียค่าใช้จ่ายและเวลาไปพอควร โดยเฉพาะค่าสอบครั้งที่ 2 - 3 ที่ต้องเดินทางไปกลับรวมทั้งเช่ารถเอง แต่พอได้ใบขับขี่มาแล้วก็สบายใจไปหลายวันครับ
มีวีดิโอบรรยายท่าสอบใน YouTube ด้วย แต่เวอร์ชันที่ฉายที่สนามสอบจะเป็นคนละอันกัน แต่ละสนามสอบจะทำวีดิโอเองครับ
ขอให้โชคดีทุกคนครับ 
db1abacc-14aa-4656-b703-7398f89aa402|0|.0
Tags: driving, exam Category: Life