Life On VM
ตอนเด็กๆ (ก็ไม่น่าจะเด็กมากประมาณ ม.3 ล่ะมั้ง) เวลาป๊าม๊าที่เป็นหมอนั่งดูละครชุดเรื่อง E.R. กันก็จะนั่งดูเหมือนจะบันเทิงแต่ก็จะจับผิดตลอดเวลาอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่สมจริง ทำแบบนี้ไม่ได้ …. ตัวเองตอนนี้มาพอนั่งดูนั่งที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หลายๆเรื่องก็ไม่เห็นจะมีเรื่องไหนมันทำสมจริงๆมากๆเลยว่ะ (มีนะแต่น้อย) ส่วนใหญ่ GUI ของคอมพิวเตอร์ในหนังมันก็จะเว่อร์ๆอยู่แล้วเพื่อให้คนดูสนุก วันก่อนก็ได้คุยกับพี่ที่ทำงานอีกคนเค้าก็ติๆ Angel & Demon หน่อยว่าทำอะไรไม่อิงข้อมูลวิทยาศาสตร์ แล้วก็ชมเรื่อง Iron Man ให้ฟังว่าเรื่องนี้ทำอะไรปรึกษานักวิทยาศาสตร์ตลอด ไม่ได้ให้ข้อมูลผิดๆเหมือน Angel & Demon
พักหลังๆผมชอบไปอ่าน review หนัง หลายครั้งบทวิจารณ์หนังพวกนี้มันบอกว่าหนังเรื่องนึงไม่ดีด้วยเหตุผล “ไม่สมจริง” ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง The Hurt Locker คนวิจารณ์เคยทำงานเกี่ยวกับทหารมาก่อน เค้าบอกว่าเค้าดูแล้วรู้สึกสะดุดมากตอนที่ตัวเอกตัดสินใจจัดกลุ่ม 3 คนไปกู้ระเบิด เค้าบอกว่าสถานการณ์จริงไม่มีทางมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด ทำให้เค้าเสียอารมณ์ = =’
มานั่งคิดๆดู สมมติว่าคนเขียนบทเค้าสามารถทำให้คนดู 95% ทั่วโลกบันเทิงไปกับหนังโดยไม่สะดุดเลยได้จนจบเรื่อง และไม่ต้องสนใจคน “วงใน” อีก 5% เลย ว่าจะคิดยังไง มันก็ดูคุ้มค่าที่จะทำนะ ไม่รู้จะเอาเงินไปจ้างที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ คณิตศาสตร์ โบราณคดี blah blah ไปทำให้คนอีก 5% พอใจไปทำไม
ผมมาจบที่ข้อสรุปว่า “ความไม่สมจริง” ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้หนังมันไม่ดีที่สามารถใช้เอามาบอกคนอื่นได้ (ยกเว้นชัวร์ว่าเป็น 5% ด้วยกัน) … หรือว่ายังไง ?
ถ้าจะให้ผมพูดในฐานะที่เป็นคนใน “5%” ของบางเรื่อง อย่างถ้าใครเคยดูเรื่อง Antitrust ไม่รู้จะมีคนสงสัยเหมือนผมรึเปล่าว่า บริษัทยักษ์ใหญ่จะแย่งตัวหนุ่มน้อยอัจฉริยะผู้เขียนโปรแกรมภาษา “Java” ได้ (ซึ่งมีคนเขียนเป็นอยู่ล้นตลาด) ไปทำงานทำไม =_=” อย่าลืมกดดูให้ถึงหน้าจอที่แสดงโค้ด Java สำหรับทำ Satellite Uplink .. หนังเรื่องนี้พยายาม feature ผลิตภัณฑ์ของ Sun ทั้งเรื่องเลย …. ไม่อยาก spoil เพิ่มแต่ลองไปดูแล้วกันว่าคนพวกนี้พยายามกันขนาดไหนเพื่อจะ “ขโมย” โค้ด “Java” ของคนอื่น
แต่ก็ต้องยกให้ว่าเรื่องนี้ในด้าน GUI มันค่อนข้างจะสมจริงมาก จะมองมุมไหนคอมพิวเตอร์ก็น่าเกลียดเหมือนจริง +__+’
ถ้าหนังเรื่องไหนสามารถกำจัดความไม่สมจริงที่ถูกสั่งสมขึ้นมาโดยเรื่องอื่นๆได้นี่ ก็จะได้เป็น Hero ไปเลย :’) ยกตัวอย่าง Trinity ใช้ nmap ใน The Matrix (เคยลองๆใช้โปรแกรมนี้ตอนไปแข่ง Network Security Contest ด้วยนะ!) อันนี้ได้ใจคน 5% ไปชัวร์ๆ
หรือคุณว่ายังไง ??
Tags: movies, nmap, science, gui Category: Java | General
ลองบิ๊กแบง แล้วนายจะติดใจ
java นี่เซ็งจริงจัง - -'
555
เวลาดูหนังที่มีคนที่เป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีแฟนเราก็หงุดหงิดอะ ไม่สมจริงเลย
ไม่รู้แฮะ เราคิดว่าจริงๆ แล้ว แค่ 5% ก็สำคัญเหมือนกันนะ
ลองดูสิ Bloody Monday สิครับ .. python code จริงจัง
ใน The Social Network ตอนสุดท้ายก็ด้วย .. หนังไทย แทบทุกฉากที่เปิดเวบ ที่ address จะเป็น file:\\....
Add comment
Powered by BlogEngine.NET 2.0.0.36